ประวัติความเป็นมาของ “ละครเพลง” ที่หลายคนไม่รู้

ละครเพลง (Musical theatre) เป็นรูปแบบของละครอย่างหนึ่งที่นำดนตรี เพลง คำพูด และการเต้นรำ มาผสมผสานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เข้าถึงการแสดงอารมณ์ ความสงสาร ความรัก ความโกรธ ความเศร้า รวมไปถึงการดำเนินเรื่องราวผ่านออกมาทางละคร คำพูด ดนตรี การเต้นรำ พร้อมกับเทคนิคฉากต่างๆในยุคเริ่มต้นของละครเพลงเกิดขึ้นเพราะได้รับอิทธิพลทางการแสดงจากประเทศทางแถบยุโรป ซึ่งจะเป็นลักษณะออกแนวโอเปร่า คือมีรูปแบบการร้องเพลงในแบบฉบับโอเปร่าร่วมไปกับการแสดง และมีโครงเรื่องลักษณะดูเกินจริง ส่วนมากเนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับความรัก โดยมีการนำท่าเต้นประกอบในการแสดงที่เรียกกันว่า โรแมนติก บัลเล่ต์ (Romantic Ballet) เช่น เรื่อง The Red Mill, Naughty Marietta, Sweethearts

ยุคที่สอง เข้าสู่ละครเพลงสัญชาติอเมริกันโดยแท้ คือทั้งรูปแบบการประพันธ์ เค้าโครงเรื่อง และองค์ประกอบของละครที่บอกเล่าเรื่องราวของชาวบ้าน ใช้เพลงป๊อบเป็นตัวดำเนินเรื่อง มีการเปลี่ยนฉาก ให้ดูน่าสนใจยคที่สาม เนื้อหาและเรื่องราวของละครเพลงในยุคนี้จะเน้นการนำเสนอเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นชีวิตจริง ด้วยการนำเอาบทกวี วรรณคดีมาแสดงแล้วผสมผสานเนื้อเรื่อง พร้อมใส่การเต้นรำเข้าไปประกอบในการแสดงมากขึ้น ละครเพลงในยุคนี้จะมีลักษณะเป็นละคร (Drama) ทำให้ดูสมบูรณ์กว่าในยุคก่อนๆ ผลงานที่สร้างชื่อเสียงในยุคนี้คือ Oklahoma, South Pacific, The King and I, My Fair Lady, The Sound of Music, Camelot, Funny Girls

ยุคที่สี่ ถือได้ว่าเป็นการปฎิวัติรูปแบบใหม่ของวงการละครเพลง คือการมุ่งเน้นไปยังเรื่องราวของวีรบุรุษ ความรักที่ยิ่งใหญ่ตระการตา หรือนำเสนอเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นชีวิตจริงของสังคมในแง่มุมต่างๆ ที่คนทั่วไปอาจไม่ได้นึกถึง มักจบลงด้วยความสุข หรือเป็นสิ่งที่สังคมอยากให้เป็นและยอมรับได้ อาจจะมีการนำเพลงร็อกแอนด์โรลมาประกอบในการแสดงด้วย ส่วนผลงานยอดนิยมคือ Jesus Christ Superstar, Grease นอกจากนั้นในยุคนี้ยังมีการทดลองนำเรื่องที่แปลกออกไปมานำเสนอเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ชมเช่นเรื่อง Cabaret, Evita เป็นต้น ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้กลายเป็นละครเพลงที่ได้รับความนิยมเปิดการแสดงติดต่อกันเวลานาน ส่งผลให้เพลง Cabaret, May be this time, Don’t cry for me Argentina โดยเป็นบทประพันธ์ของเจ้าพ่อวงการละครเพลง แอนดรู ลอยด์ เว๊บเบอร์

ปัจจุบันละครเพลงได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้มากขึ้นเพื่อปรับเปลี่ยนให้ทันสมัย เพื่อให้ดูสมจริงและอลังการไม่ว่าจะเป็นการนำคอมพิวเตอร์, เครื่องยิงเลเซอร์, เครื่องสร้างภาพ 3 มิติ, เครื่องจำลองธรรมชาติเทียม ทำให้ละครเพลงมีจุดเด่น เพิ่มขึ้น น่าชม ตื่นเต้น เร้าใจ รวมทั้งสร้างความประทับใจตลอดการชมละครเพลง

About the Author

admin