ประวัติและความเป็นของการแสดง งิ้ว สุดยอดศิลปะการแสดงจากแดนมังกร

งิ้ว เป็นละครเวทีของประเทศจีน ซึ่งเป็นการผสมผสานทั้งในเรื่องของการขับร้องบวกกับการพูดคุยบวกกับลีลาท่าทางของนักแสดงให้กลายมาเป็นเรื่องราวสื่อความให้ผู้ชมได้เข้าใจ โดยยุคแรกของการแสดงได้มีการหยิบเอาเหตุการณ์ต่างๆ ในพงศาวดารรวมทั้งเรื่องราวในประวัติศาสตร์มาดัดแปลงเป็นเนื้อเรื่อง รวมทั้งมีการนำความเชื่อในเรื่องประเพณี,ศาสนาเข้าไปใช้กับการแสดงงิ้วด้วย งิ้วสามารถแบ่งออกเป็น 300 กว่าประเภท โดยมีงิ้วปักกิ่งซึ่งเป็นงิ้วอันมีชื่อเสียงมากที่สุด

ความเป็นของการแสดงงิ้ว เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง หรือช่วงปีค.ศ. 1179-1276 พอมาถึงต้นศตวรรษที่ 13 สมัยราชวงศ์หยวน งิ้วแบบใหม่จึงถือกำเนิดขึ้นมาเรียกว่า จ๋าจวี้ มีบทร้องทำนองเดียวตลอดการแสดง ขณะที่การแสดงของฝ่ายเหนือได้รับความนิยมในหมู่ขุนนาง โดยเรื่องราวที่นำมาแสดงถูกดัดแปลงมาจากพงศาวดารทั้งสิ้น ส่วนทางใต้ประชาชนนิยมงิ้วที่มีเนื้อหาจากนิทานพื้นบ้าน

ในศตวรรษที่ 18 เกิดละครเวทีแบบใหม่ ณ กรุงปักกิ่ง โดยได้พัฒนากลายมาเป็นรูปแบบของงิ้วในยุค เริ่มเปิดการแสดงในรูปแบบนี้เป็นครั้งแรก ในงานฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของจักรพรรดิเฉียนหลง บรรดาคณะงิ้วที่เข้ามาทำการแสดงเหล่านี้ มีคณะของนายเว่ย จางเฉิน เข้ามาร่วมด้วย นายเว่ย จางเฉิน ได้นำเทคนิคการแสดงงิ้วรูปแบบใหม่ เข้ามาเผยแพร่ จนเป็นที่เลื่องลือในเมืองหลวงจนกระทั่งถึงปลายราชวงศ์ชิง งิ้วจึงได้มีการแตกแขนงออกไปในหลายร้อยรูปแบบ ทั้งในเรื่อง การร้อง , การจัดฉาก , เพลง เป็นต้น

ในยุคสมัยของพระนางซูสีไทเฮา การแสดงงิ้วได้รับความนิยมเฟื่องฟูสูงสุด จวบจนสิ้นสมัยของพระนาง บรรดาคณะงิ้วที่เคยได้รับการอุปถัมภ์ ก็ต้องหันมาพึ่งตัวเองในการทำมาหากินต่อไป จนสามารถแพร่ขยายออกไปสู่ประชาชนทั่วไปได้มากขึ้น

ความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของการแสดงงิ้วนั้น คือ ท่าทางการร่ายรำบวกกับการเคลื่อนไหวอันอ่อนช้อยของผู้แสดง ตลอดจนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และการแต่งหน้า โดยสีสันการแต่งหน้าอันแตกต่างกันไป ก็เป็นเครื่องบ่งบอกถึงบุคลิกและอุปนิสัยของตัวละครได้อย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าตัวละครนั้นแต่งหน้าโทนสีแดง แปลว่าเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่มีความซื่อสัตย์และกล้าหาญ , ส่วนการแต่งหน้าสีดำ สื่อถึงความเป็นกลาง ไม่เห็นแก่ตัว เต็มไปด้วยสติปัญญา ส่วนการแต่งหน้าที่ใช้โทนสีขาวและสีเหลือง จะมีความหมายไปในทางไม่ดี คือ บ่งบอกว่าตัวละครนั้นเป็นผู้เหี้ยมโหดรวมทั้งชอบคดโกงอยู่เป็นนิจ เป็นต้น

About the Author

admin