โขน

มาทำความรู้จัก ‘จุดกำเนิดโขน’ กันดีกว่า

‘โขน’ คือ การรวมตัวของศาสตร์กับศิลป์มากมายหลายแขนง เช่น วรรณกรรม, วรรณศิลป์ , นาฏศิลป์ เป็นต้น จากการนำเอาวิธีเล่นและการแต่งตัว อันมีแรงบันดาลใจมาจากชักนาคดึกดำบรรพ์ อันมีท่าทางการต่อสู้แสนโลดโผน มีท่ารำ กับท่าเต้นผสมผสานสอดคล้องด้วยกันเป็นอย่าง การแสดงโขน มีลักษณะความสำคัญอยู่ที่ ผู้แสดงต้องสวมหัวโขน โดยเป็นเครื่องสวมหัวตั้งแต่ศีรษะลงมาจนถึงคอ มี รู 2 รู เล็กๆตรงดวงตาพอให้มองเห็น พร้อมแสดงอารมณ์ผ่านทางการร่ายรำ ตามลักษณะของตัวละครนั้นๆ เช่น ตัวยักษ์ , ตัวลิง , ตัวเทวดา เป็นต้น

โขน

ในสมัยโบราณตัวพระกับตัวเทวดา ต้องสวมหัวโขน หากต่อมาก็ได้มีการเปลี่ยนแปลง คือ ไม่ต้องสวมหัวโขน ให้ใช้ใบหน้าจริงเช่นเดียวกับละคร ส่วนเครื่องแต่งกายของพระและยักษ์ในสมัยแรกเริ่มมักมี 2 สี คือ สีแรกเป็นสีเสื้อ ส่วนสีที่สองเป็นสีแขน ส่วนเครื่องแต่งกายลิงจะมีวงทักษิณาวรรต มีใช้แทนให้เป็นขนของลิงหรือหมี พร้อมกล่าวคำนำเล่าเรื่อง มีเสียงพากย์อย่างหนึ่ง กับคำเจรจาอีกอย่างหนึ่ง จากการใช้กาพย์ยานีกับกาพย์ฉบัง โดยผู้ให้เสียงเรียกว่าผู้พากย์กับผู้เจรจา ใช้วงปี่พาทย์ประกอบการแสดง ในสมัยโบราณมักแสดงเรื่องรามเกียรติ์และอุณรุท

โขน เป็นนาฏกรรมซึ่งมีความเป็นศิลปะรูปแบบเฉพาะของตัวเอง โดยในอดีตไม่มีหลักฐานให้เห็นอย่างชัดเจนแน่นอนว่า คำว่า โขนปรากฏขึ้นในยุคใด หากแต่มีการเขียนถึงในวรรณคดีไทยเรื่องลิลิตพระลอ

ในรูปแบบดั้งเดิมโบราณนั้น การแสดงโขนจะไม่มีฉากอันแสนสวยงามขึ้นมา โดยการดำเนินเรื่องราวต่าง ๆ จะเป็นแบบให้ทั้งนักแสดงและผู้ชม จินตนาการถึงฉากด้วยตัวเอง หากแต่การจัดฉากในการแสดงโขน ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ท่านทรงริเริ่มการสร้างฉากแสดงโขนบนเวทีขึ้น อันมีความคล้ายคลึงกับการแสดงละครดึกดำบรรพ์มาก

การแสดงโขน นิยมหยิบเรื่อง รามเกียรติ์ นำมาแสดง โดยเรื่องอุณรุฑ ไม่ได้รับความนิยมเท่ากับเรื่อง รามเกียรติ์ โดยเรื่องรามเกียรติ์ที่นำมาจัดการแสดงโขนนั้น ก็มีมากมายหลายเว่อร์ชั่น มีทั้งบทประพันธ์ที่เกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา , กรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ หากแต่บทในสมัยรัตนโกสินทร์ นิยมแสดงตามสำนวนของรัชกาลที่ 2 ซึ่งกรมศิลปากรนำมาดัดแปลงเป็นตอน เพื่อนำมาแสดงในรูปแบบโขนฉาก อีกทั้งยังนิยมเดินเรื่องตามสำนวนของรัชกาลที่ 2 ในสมัยรัชกาลที่ 6 ท่านก็เคยทรงพระราชนิพนธ์ไว้ถึง 6 ชุดด้วยกัน ได้แก่…

  • ชุดสีดาหาย
  • ชุดเผาลงกา
  • ชุดพิเภกถูกขับ
  • ชุดจองถนน
  • ชุดประเดิมศึกลงกา
  • ชุดนาคบาศ

About the Author

admin